<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>แพทย์ทางเลือก &#8211; Biomed Health Innovation</title>
	<atom:link href="https://biomedhealthinnovation.com/tag/%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://biomedhealthinnovation.com</link>
	<description>Innovation for Life Quality</description>
	<lastBuildDate>Sun, 03 Oct 2021 12:12:08 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.2.9</generator>

<image>
	<url>https://biomedhealthinnovation.com/wp-content/uploads/2021/01/cropped-cropped-Slide1-1-32x32.jpg</url>
	<title>แพทย์ทางเลือก &#8211; Biomed Health Innovation</title>
	<link>https://biomedhealthinnovation.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">195464117</site>	<item>
		<title>ธรรมชาติบำบัด</title>
		<link>https://biomedhealthinnovation.com/%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%94/</link>
					<comments>https://biomedhealthinnovation.com/%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%94/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 03 Oct 2021 12:12:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[วีไรส์ เอชโปร โปรตีนพืช 100 % ผสมมัลติวิตามินและสารสกัดข้าวสินเหล็ก]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้า]]></category>
		<category><![CDATA[หน้าแรก]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องดื่มวีไลท์]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[บำบัด]]></category>
		<category><![CDATA[ผ่อนคลาย]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารเสริม]]></category>
		<category><![CDATA[แพทย์ทางเลือก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://biomedhealthinnovation.com/?p=399</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธรรมชาติบำบัด ค...</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://biomedhealthinnovation.com/%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%94/">ธรรมชาติบำบัด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://biomedhealthinnovation.com">Biomed Health Innovation</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ธรรมชาติบำบัด</strong> คือ การดูแลรักษา กาย ใจ โดยขบวนการธรรมชาติ ตั้งอยู่บนหลักว่าโรคทุกชนิด ทั้งร่างกายและจิตใจของคนเรา สามารถเยียวยารักษาตัวเองได้ ถ้าร่างกายอยู่ในสภาพสมดุลปกติ โรคร้ายต่างๆที่เกิดขึ้นจำนวนมาก เช่น มะเร็ง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง เส้นเลือดหัวใจตีบตัน ภูมิแพ้ หืดหอบ ฯลฯ เกิดจากการดำเนินชีวิตที่ผิดธรรมชาติ โดยเฉพาะคนที่อยู่ในเมืองใหญ่ๆ และ รับประทานอาหารที่มีสารเคมีปนเปื้อน เช่น เนื้อสัตว์ที่เลี้ยงด้วยฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโต ยาปฏิชีวนะ หรือ รับประทานยาหรือฉีดยาที่ทำจากสารเคมี สารเหล่านี้จะตกค้างอยู่ในร่างกายมาก หรือการใช้ชีวิตที่เครียดเกินไป หักโหมเกินไป กังวลเกินไป ออกกำลังกายไม่เพียงพอ พักผ่อนไม่เพียงพอ ดังนั้น การดูแลสุขภาพของคนเราจะเน้น เรื่องอาหาร การรับประทานอาหารที่ดีก็จะทำให้มีสุขภาพดี สุขภาพของคนขึ้นอยู่กับ พฤติกรรมของการรับประทานอาหาร Bacteria ไม่มีผลทำให้เกิดโรคต่อร่างกาย การเจ็บป่วยของคนล้วนเกิดจากอาหารที่มีสารพิษปนเปื้อนที่คนเรารับประทานเข้า ไป เรื่อง ดิน น้ำ ลม ไฟ เป็นเรื่องของธรรมชาติที่ต้องเรียนรู้</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-2226 size-full" src="https://thaicam.go.th/thaicam/wp-content/uploads/2019/06/natural3.jpg" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" srcset="https://thaicam.go.th/wp-content/uploads/2019/06/natural3.jpg 740w, https://thaicam.go.th/wp-content/uploads/2019/06/natural3-300x87.jpg 300w, https://thaicam.go.th/wp-content/uploads/2019/06/natural3-500x145.jpg 500w" alt="" width="740" height="214" /></p>
<p><strong>ขบวนการขับสารพิษออกจากร่างกาย มี 4 ทาง คือ ทางจมูก ทางเหงื่อ ทางปัสสาวะ และ ทางอุจจาระ</strong> คนเราควรหมั่นหายใจลึกๆ จะได้อากาศบริสุทธิ์เข้าไปในปอด เพื่อนำออกซิเจนเข้าไปหล่อเลี้ยงร่างกาย และควรตากแสงแดดอ่อนๆ ทั้งในตอนเช้าและตอนเย็น เพื่อดูดสารพิษออกจากร่างกาย ซึ่งเป็นวิธีดูแลรักษาสุขภาพอย่างง่ายๆ ที่คนทั่วไปสามารถปฏิบัติได้ ในเวลาที่คนมีอาการเจ็บป่วยร่างกายจะเสียสมดุล ถ้าจะแก้ไขให้สมดุลก็ต้องปรับสภาพทั้งร่างกายและจิตใจ<strong> ร่างกายมีกลไกกำจัดสารพิษอยู่ในตัวเอง</strong> เช่น เวลาไอ จาม หรือ มีผื่น วิชาธรรมชาติบำบัด อธิบายว่าไม่ใช่อาการป่วยเป็นโรค แต่ร่างกายกำลังทำความสะอาดตัวเองตามธรรมชาติ เวลามีสารพิษเข้าไปในปอด ร่างกายก็จะจาม การจามแรงๆเป็นการขับพิษออกจากร่างกาย ซึ่งธรรมชาติก็ช่วยขับพิษอยู่แล้ว การรับประทานยาแก้ไอ จะทำให้ร่างกายไม่สามารถขับสารพิษออกมาได้ การที่เราเป็นไข้ก็เป็นขบวนการทำลายเชื้อโรค เมื่อมีอาการเจ็บคอ อาการไอ ก็ให้ใช้วิธีธรรมชาติบำบัด เวลามีอาการท้องเสีย วิชาธรรมชาติบำบัดอธิบายว่า เป็นการทำความสะอาดของร่างกายครั้งใหญ่ การถ่ายให้หมดจะช่วยขจัดสารพิษออกจากร่างกาย แต่คนเราไม่เข้าใจธรรมชาติ นึกว่าท้องเสียเป็นอาการของโรค ก็เลยไปซื้อยามารับประทานให้หยุดถ่าย อาการท้องเสียหยุดทันที ทำให้อาหารปนเปื้อนสารพิษที่รับประทานเข้าไป ซึ่งร่างกายต้องการขับออก แต่เราไปรับประทานยาให้หยุดถ่าย ทำให้ร่างกายกักสารพิษเอาไว้ ซึ่งไม่ถูกต้อง วิธีที่ถูกต้องคืออย่าไปรับประทานยาให้หยุดถ่าย ถ้าเรารับประทานยาให้หยุดถ่าย พิษต่างๆก็จะซึมเข้าสู่ร่างกาย หากซึมผ่านเส้นเลือดไปที่ผิวหนังก็จะเป็นผื่น ซึมไปที่ไตก็จะเป็นโรคไต ซึมไปที่ระบบหายใจก็จะเป็นหืดหอบ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ต้องใช้ธรรมชาติบำบัดให้ขับพิษออกให้หมด<br />
แนะนำให้รับประทานอาหารมังสวิรัติ ไม่แนะนำให้อาหารที่เป็นเนื้อสัตว์ เช่น หมู ปลา ท่านบรรยายว่าถ้านำเนื้อสัตว์ไปทิ้งไว้ในตู้หลายๆวันก็จะมีกลิ่นเหม็นเน่ามี สารพิษ เหมือนกับ คนที่รับประทานเนื้อสัตว์ไปหมักหมมอยู่ในลำไส้ ร่างกายก็จะได้รับสารพิษนั้นด้วย<br />
ในกรณีคนที่ปวดศีรษะเนื่องจากเป็นเนื้องอกที่สมอง จริงๆแล้วกลไกของร่างกายต้องการให้หยุดทำงาน หากรับประทานยาแก้ปวดศีรษะ อาการปวดบรรเทาก็ยังคงทำงานต่อไปได้ เนื้องอกก็จะลุกลามต่อไป จึงควรที่จะรักษาโดยธรรมชาติบำบัด (Health Life Style) การรับประทานยาต่างๆ เช่น Brufen, Paracetamol, Penicillin, Tetracycline ซึ่งจะมีพิษต่อตับ และไต ยาจะให้ผลดีในระยะสั้น แต่จะเกิดผลเสียในระยะยาว<br />
ทุกวันนี้คนเราป่วยเพราะมีสารพิษตกค้างในร่างกาย การบริโภคอาหารแต่ละชนิดใช้เวลาในการย่อยไม่เหมือนกัน เช่น เนื้อสัตว์ใช้เวลาในการย่อยนานถึง 12 ชั่วโมง ขณะที่ผักดิบใช้เวลาย่อย 2 ชั่วโมง 30 นาที ส่วนน้ำผลไม้ใช้เวลาย่อยเพียง 1 ชั่วโมง<br />
วิธีการอดอาหารเพื่อล้างพิษ เป็นทางเลือกหลักของวิชาธรรมชาติบำบัด บางคนอาจอดอาหาร 7 วัน บางคนอดอาหาร 14 วัน แต่บางคนอาจต้องอดอาหารถึง 21 วัน แล้วแต่อาการของโรค ก่อนการอดอาหารต้องเตรียมความพร้อมก่อน โดยให้รับประทานผักและผลไม้เพื่อปรับสภาพร่างกาย 3 วัน หลังจากนั้น 4 วันแรก ให้ดื่มน้ำเปล่าอย่างเดียว อีก 3 วัน ต่อมาให้ดื่มน้ำผึ้งผสมน้ำมะนาว และ 3 วันสุดท้าย ให้ดื่มน้ำผลไม้ จากนั้นค่อยๆปรับสภาพร่างกายโดยให้รับประทานผักสดและผลไม้ แล้วกลับมาใช้ชีวิตปกติตามเดิม<br />
ในรายผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็ง อาจให้อดอาหาร 20 วัน เพื่อไม่ให้มะเร็งเจริญเติบโต ระหว่างนั้นจะให้น้ำผลไม้อ่อนๆ ให้เอาผ้าเปียกมาประคบบริเวณที่มีอาการปวดจะทำให้เลือดหมุนเวียนได้ดีขึ้น เพราะระบบภายในของผู้ป่วยโรคมะเร็งจะสูญเสียสมดุลเกือบหมด ระหว่างการรักษา หากผู้ป่วยมีอาการไข้นอนซม หมอธรรมชาติบำบัดจะรู้สึกดีใจ เพราะเป็นวิธีการที่ธรรมชาติรักษาตัวเอง อุณหภูมิในร่างกายผู้ป่วยสูงขึ้นเพื่อฆ่าเชื้อโรค Jacob บอกว่า เมื่อผู้ป่วยภาวนาจนเกิดอาการไข้สูงต้องนอนซม 4 – 5 วันนั้น เป็นการส่งสัญญาณว่าการรักษาได้ผล บางครั้งผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บคอ ปากขมไม่อยากรับประทานอาหาร เพราะร่างกายต้องการเยียวยาตัวเอง หากผู้ป่วยมีอาการเจ็บปวดบริเวณที่เป็นโรคมะเร็งก็จะใช้โคลนพอกเพื่อช่วย บำบัดอาการเจ็บปวด นอกจากนี้ยังใช้วิธีฝึกเปลี่ยนจิตของผู้ป่วยด้วยการให้ฝึกภาวนาและเปลี่ยน วิธีคิดของผู้ป่วย โดยให้คิดว่าวันนี้อาการดีขึ้น หรือ ให้ผู้ป่วยด้วยกันช่วยกันเยียวยาจิตใจ เช่น ให้พูดบอกกันว่า วันนี้อาการดูดีขึ้นนะ</p>
<p>วิชาธรรมชาติบำบัดมีหลักว่า <strong>จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว</strong>หากจิตตาย ร่างกายจะตายด้วย Dr. Jacob กล่าวว่า การฝึกโยคะก็เป็นอีกวิธีหนึ่งของการรักษาเพื่อให้เข้าถึงจิตตัวเอง คนทั่วไปมักจะนึกว่าเราเป็นเจ้าของร่างกาย แต่ที่จริงแล้วไม่ใช่ ต้องกลับไปดูที่จิต ตัวอย่างเช่น คนที่ออกกำลังกายในโรงยิม ก็เหมือนคนภาวนาเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง เพราะจิตบอกว่าออกกำลังกายเพื่อให้มีกล้าม ต่างจากกรรมกรที่แบกหาม กล้ามเนื้อจะไม่สมบูรณ์เหมือนคนออกกำลังกายในโรงยิม เพราะจิตไม่ได้สั่ง<br />
กิจกรรมในสถานพยาบาลของศูนย์ธรรมชาติบำบัด นวชีวัน มีกำหนดการฝึกเป็นเวลา คือ<br />
6.00 น. – ฝึกโยคะ นุ่งห่มชุดขาว เป็นการฝึกกายและจิต โดยใช้แสงแดดในการรักษา<br />
– ล้างตาด้วยน้ำธรรมดา ล้างจมูกด้วยน้ำเกลืออุ่นๆ ล้างคอด้วยน้ำมะนาวผสมเกลือในน้ำอุ่นๆ สวนทวาร (detoxification) โดยใช้น้ำสะอาดครั้งละ 6 ออนซ์ ผู้ป่วยโรคมะเร็งต้องปฏิบัติทุกวัน ส่วนคนปกติธรรมดาควรล้างพิษด้วยการสวนทวารสัปดาห์ละ 1 ครั้ง<br />
– กินผักสดดิบที่ได้มาจากธรรมชาติ โดยไม่ต้องทำให้สุกก่อน<br />
– อาหาร วิธีการปรุงอาหารอย่างไร ? ผสมกับอะไรจึงจะไม่เป็นพิษ การรับประทานอาหารที่เป็นธรรมชาติสดๆ หรือหากต้องรับประทานน้ำตาลก็ควรรับประทานน้ำตาลแดงที่ไม่ได้ใช้สารฟอกสี<br />
– ใช้วารีบำบัด โดยแช่ร่างกายส่วนล่างถึงระดับสะโพกในถังน้ำ ใช้น้ำธรรมดาหรือน้ำอุ่นครั้งละครึ่งชั่วโมง ความเย็นของน้ำจะช่วยดึงเลือดมาเลี้ยงบริเวณกระเพาะเพื่อซ่อมแซมตัวเอง<br />
– ใช้ Spinal Bath ในผู้ป่วยที่มีอาการแขน ขา อ่อนแรง<br />
13.00 น. – ให้อดอาหาร ให้ดื่มน้ำ หรือน้ำผลไม้ โดยดูจากอาการของผู้ป่วยเป็น ราย ๆ ไป<br />
17.00 น. – เล่นเกม เข้านอน 21.00 น.</p>
<p>ในการรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานที่เป็นแผลเรื้อรัง เมื่อผู้ป่วยมีอาการเป็นแผลตามแขนขาซึ่งเป็นแผลที่รักษาไม่หาย อาจจะต้องตัดอวัยวะส่วนที่เป็นแผลทิ้ง Jacob รักษาโดยวิธีธรรมชาติบำบัดอย่างง่ายๆ ด้วยการให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานใช้ รับประทาน raw diet (อาหารดิบ น่าจะหมายถึงผักผลไม้สด) ใช้สมุนไพร tamaric root (พืชเป็นหัวใต้ดินตระกูลขิงข่าขมิ้น) และ น้ำเย็น ล้างแผล วันละ 2 – 3 ครั้ง แล้วให้ผู้ป่วยตากแดด เน้นเรื่อง <strong>การตากแดด</strong> แผลนั้นก็จะค่อยๆแห้ง และ ยุบจนกระทั่งแผลหาย<br />
การรักษาผู้ป่วยเป็นไมเกรน หรือ ไซนัส การล้างจมูกด้วยน้ำอุ่นผสมเกลือจะช่วยชำระล้างของสกปรกออกจากร่างกาย หรือล้างตาในน้ำสะอาด จะทำให้ระบบประสาทตาเย็นลง และช่วยขจัดไขมัน<br />
Jacob กล่าวว่า หากคนเราดูแลเรื่องอาหารการกิน ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้สอดคล้องกับธรรมชาติ ไม่รับประทานยา เพราะยาไม่เพียงแต่ ฆ่าเชื้อโรคเท่านั้น แต่ยังทำลายภูมิต้านทานโรคในร่างกาย ยาแผนปัจจุบันแม้จะช่วยยับยั้งอาการปวดหรืออาการไข้ แต่นั่นก็เป็นเพียงการกดอาการ ไม่ได้เป็นการรักษาให้หายขาด การรักษาอยู่ที่ตัวของเราเองที่หันมารักษาตามแนวทางธรรมชาติบำบัด วิชาธรรมชาติบำบัดขนานแท้ไม่ใช่หมอบำบัดคน หมอเป็นเพียงผู้ให้คำแนะนำปรึกษา จากนั้นผู้ป่วยจะเป็นผู้บำบัดเอง วิชาธรรมชาติบำบัดเปรียบเปรยให้เห็นว่า ห้องครัวก็คือโรงพยาบาล คุณแม่ก็เหมือนหมอในบ้าน จะทำให้คนในบ้านเจ็บป่วยหรือสุขภาพดี ก็ขึ้นอยู่กับคุณหมอคนนี้</p>
<p>คำขวัญของศูนย์ธรรมชาติบำบัดนวชีวัน คือ <strong>“ เข้ามาคุณเป็นคนไข้ กลับออกไปคุณเป็นหมอ “</strong></p>
<p align="right">นางจุฑา ลิ้มสุวัฒน์ บันทึกรายงาน</p>
<p align="right"><strong>ประวัติ นาย จาคอบ วาทักกันเชรี</strong><br />
ท่านศึกษาปรัชญาแนวคิดของคานธีที่ สมบูรณกานติ เทสาย โยคะที่ สำนักศิวานันทะ ใกล้เชิงเขาหิมาลัย และ การรักษาแบบธรรมชาติบำบัด (Diploma in Natural Cure) All India Nature Cure Federation, Delhi ท่านสนใจการดำรงชีวิตแบบสัตยาเคราะห์ คือ แบบคานธี เป็นผู้ที่รณรงค์ต่อต้านการจำหน่ายสุราต่างประเทศในประเทศอินเดีย ด้วยการเชิญชวนผู้มีอุดมการณ์เดียวกันไปนั่งหน้าร้านจำหน่ายสุราต่างประเทศ เหล่านี้ไม่ให้คนเดินเข้ามาซื้อ จึงถูกจับจำคุก 2-3 ครั้ง ท่านได้จัดตั้ง ศูนย์ธรรมชาติบำบัด นวชีวัน เมืองอารัวอนาคูลัม รัฐเคราลา ตอนใต้ของอินเดีย ปัจจุบันมี 4 แห่ง</p>
<p align="right"><strong>ที่มา : การบรรยาย เรื่อง “ธรรมชาติบำบัด”<br />
โดย Mr.Jacob Vadakkanchary<br />
วันจันทร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2546 เวลา 13.00–16.00 น.<br />
ณ ห้องประชุมเบญจกูล สถาบันการแพทย์แผนไทย<br />
กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก</strong></p>
<p align="right">
<p align="right"><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-medium wp-image-396" src="https://biomedhealthinnovation.com/wp-content/uploads/2021/09/Presentation5-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" srcset="https://biomedhealthinnovation.com/wp-content/uploads/2021/09/Presentation5-300x225.jpg 300w, https://biomedhealthinnovation.com/wp-content/uploads/2021/09/Presentation5-768x576.jpg 768w, https://biomedhealthinnovation.com/wp-content/uploads/2021/09/Presentation5.jpg 960w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://biomedhealthinnovation.com/%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%94/">ธรรมชาติบำบัด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://biomedhealthinnovation.com">Biomed Health Innovation</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://biomedhealthinnovation.com/%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">399</post-id>	</item>
		<item>
		<title>สมุนไพรไทยทางเลือกหรือทางรอดสำหรับโควิด</title>
		<link>https://biomedhealthinnovation.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad/</link>
					<comments>https://biomedhealthinnovation.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 17 Jul 2021 14:38:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สินค้า]]></category>
		<category><![CDATA[หน้าแรก]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้าทะลายโจรกับโควิด]]></category>
		<category><![CDATA[วัคซีน]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[แพทย์ทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://biomedhealthinnovation.com/?p=301</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมุนไพรไทยทางเล...</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://biomedhealthinnovation.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad/">สมุนไพรไทยทางเลือกหรือทางรอดสำหรับโควิด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://biomedhealthinnovation.com">Biomed Health Innovation</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>สมุนไพรไทยทางเลือกหรือทางรอดสำหรับโควิด</h2>
<p>ปัจจุบันหน่วยงานต่างๆ ได้มีการวิจัยยาสมุนไพรแก้โควิด-19 หลายตัวด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นฟ้าทะลายโจร ซึ่งชาวบ้านสามารถหาใช้ได้ง่าย และเป็นที่พูดถีงอย่างมากในขณะนี้ หรือกระชายขาว ซึ่งต้องใช้วิธีสกัดสารสำคัญออกมา โดยผลวิจัยของกระชายขาวทำในลักษณะธุรกิจ และเตรียมจดสิทธิบัตรแล้ว แต่เนื่องจากกรรมวิธีในการสกัดสารสำคัญ จำเป็นต้องใช้เครื่องจักร ชาวบ้านจึงไม่สามารถนำกระชายขาวมารับประทานแก้โควิด-19 ได้เองเหมือนกับฟ้าทะลายโจร</p>
<p>วันนี้จะขอพูดถึงการนำสมุนไพรไทยมาใช้ในช่วงสถาการณ์วิกฤต โควิด 19 กัน</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-302 aligncenter" src="https://biomedhealthinnovation.com/wp-content/uploads/2021/07/20090729-1.gif" alt="ฟ้าทะลายโจร" width="280" height="210" /></p>
<p class="text-content1-1">
<p class="text-content1-1">สำหรับฟ้าทะลายโจรซึ่งถือว่าเป็นสมุนไพรที่ให้ผลในการรักษาโควิด-19 ได้อย่างชัดเจนนั้น</p>
<p class="text-content1-1">นายปานเทพ ระบุว่า ปัจจุบันมีหลายองค์กรที่ทำวิจัยเกี่ยวกับฤทธิ์ของฟ้าทะลายโจรในการรักษาโควิด-19 เช่น มหาวิทยาลัยรังสิต กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งผลออกมาระดับหนึ่งแล้ว กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ก็มีการรายงานผลเรื่องการใช้ฟ้าทะลายโจรในหลอดทดลอง รวมทั้งได้ร่วมศึกษาวิจัยการใช้ฟ้าทะลายโจรรักษาโควิด-19 ใน 9 โรงพยาบาลกับผู้ป่วย 304 คนที่มีอาการน้อย ซึ่งปรากฏว่าได้ผลดี นอกจากนั้น ล่าสุดเพิ่งมีผลงานวิจัยของคนไทยเรื่อง “ฟ้าทะลายโจรยับยั้งเชื้อโควิด-19” ที่ถูกตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับโลก ซึ่งน่าจะเป็นสมุนไพรตัวแรกทีมีผลวิจัยในเรื่องนี้โดยตรง</p>
<p class="text-content1-1">“ที่ผ่านมา มีการทดลองใช้ฟ้าทะลายโจรกับผู้ป่วยโควิด-19 ไปแล้ว 304 คน ซึ่งปรากฏว่าทุกคนหายป่วยภายในระเวลาเพียง 5 วัน</p>
<p class="text-content1-1">โดยอาการดีขึ้นตั้งแต่วันที่ 2 หรือวันที่ 3 และทุกคนหายป่วยสามารถกลับบ้านได้ทั้งหมด ไม่มีใครมีอาการเชื้อลามเข้าสู่ปอดเลยสักคนเดียว ถ้าสามารถใช้ฟ้าทะลายโจรรักษาให้ทุกคนหายป่วยจากโควิด-19 ได้ สำหรับคนไทยแล้วโควิด-19 ก็จะไม่ต่างจากไข้หวัดธรรมดา คนไข้เหล่านี้ก็ไม่จำเป็นต้องแอดมิด ซึ่งจะช่วยลดภาระของโรงพยาบาล” นายปานเทพ ระบุ</p>
<p class="text-content1-1">การใช้ฟ้าทะลายโจรในการรักษาโควิด-19 จะเป็นการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการรักษาโควิด-19 เนื่องจากปัจจัยดังนี้ 1.ปัจจุบันเชื้อโควิด-19 กลายพันธุ์ 2.การฉีดวัคซีนไม่สามารถป้องกันโควิด-19 ได้ 100% และไม่มีวัคซีนเพียงพอที่จะป้องกันโรค 3.ผู้ป่วยไม่แสดงอาการ ทำให้การควบคุมโรคทำได้ยากมาก เมื่อควบคุมยากจึงมีแค่ 2 วิธีที่จะจัดการ คือ วิธีแรก ฉีดวัคซีนให้ประชาชนให้ได้มากที่สุด ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะทำได้หรือไม่ เพราะปัจจุบันการนำเข้าวัคซีนยังทำได้น้อยมาก วิธีที่สอง คือ ทุกคนสามารถรักษาให้หายป่วยได้โดยไม่ต้องไปหาหมอ ไม่ต้องตรวจเชื้อ เช่น หากสงสัยว่าติดโควิด-19 ก็กินฟ้าทะลายโจร อาการก็จะดีขึ้นและสามารถหายป่ายได้ ซึ่งไม่ว่าจะแค่เป็นไข้ธรรมดาหรือติดโควิด-19 ก็สามารถกินฟ้าทะลายโจรได้โดยไม่มีผลข้างเคียง เมื่อไม่ต้องไปหาหมอก็ไม่ต้องสร้างภาระให้โรงพยาบาล</p>
<p class="text-content1-1">ซึ่งเป็นที่น่ายินดีว่าทางกรมการแพทย์แผนไทยฯ มีแผนที่จะแจกจ่ายยาฟ้าทะลายโจรให้แก่โรงพยาบาลต่างๆ เพื่อเป็นทางเลือกในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ด้วย โดย อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ เปิดเผยว่า กรมการแพทย์แผนไทยฯ ได้ส่งมอบยาฟ้าทะลายโจรให้แก่โรงพยาบาลใน 76 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งแพทย์สามารถพิจารณานำมาใช้กับผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการน้อยๆ หรือใช้กับผู้ป่วยในโรงพยาบาลสนามได้</p>
<p class="text-content1-1">“การจะใช้ยาฟ้าทะลายโจรรักษาผู้ป่วยโควิด-19 หรือไม่นั้นอยู่ในดุลพินิจของแพทย์ แต่ก็อยากให้แพทย์ตามโรงพยาบาลต่างๆพิจารณาการรักษาด้วยวิธีนี้ อยากให้ศึกษาผลการวิจัยที่ผ่านมาซึ่งมีผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 304 คน ที่รักษาด้วยยาฟ้าทะลายโจรแล้วหายดี” พญ.อัมพร กล่าว</p>
<p class="text-content1-1">ทั้งนี้ สำหรับสรรพคุณของฟ้าทะลายโจรในการรักษาโควิด-19 นั้น นายปานเทพ ชี้แจงว่า ฟ้าทะลายโจรมีตัวยาสำคัญ คือ กลุ่มแรกเรียกว่า โทเทิล แลคโตน (Total Lactone) หรือแลคโตนรวม ซึ่งตามมาตราฐานยาสมุนไพร ฟ้าทะลายโจรที่นำมาใช้ต้องมีแลคโตนไม่ต่ำกว่า 6% และสารที่เรียกว่า แอนโดรกราโฟไลด์ (Andrographolide) ซึ่งต้องมีไม่น้อยกว่า 1% ซึ่งจากการวิจัยของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่รวบรวมเอกสารการทดลองการใช้ฟ้าทะลายโจรยับยั้งโควิด-19 ในหลอดทดลองค้นพบว่าสารที่สามารถยับยั้งเชื้อไวรัสนั้นสามารถทำได้ทั้งสารแอนโดรกราโฟไลด์ ที่สกัดโดยโรงงานขนาดใหญ่ และสารแอนโดรกราโฟไลด์ ที่ได้จากการสกัดหยาบรวมๆ เช่น นำใบมาตากแห้งแล้วบดเป็นผงใช้ได้เลย โดยไม่ต้องแยกสารสกัดออกมา</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-303 aligncenter" src="https://biomedhealthinnovation.com/wp-content/uploads/2021/07/20090729-3.gif" alt="" width="280" height="233" /></p>
<p class="text-content1-1">ซึ่งสารสกัดเหล่านั้นเมื่อเทียบกันแล้ว ผลปรากฏว่าการสกัดหยาบโดยรวมให้ฤทธิ์ทางยาดีกว่าสารสกัดเดี่ยวๆ ของแอนโดรกราโฟไลด์ ซึ่งหมายความว่าแพทย์แผนโบราณที่ไม่ต้องผ่านกระบวนการแบบโรงงานขนาดใหญ่สามารถผลิตยาฟ้าทะลายโจรที่ได้ผลดี หรือชาวบ้านที่เด็ดฟ้าทะลายโจรมาจากแห้งกินเองก็ได้สรรพคุณทางยาไม่แพ้ยาจากสารสกัดหรืออาจจะดีกว่าด้วยซ้ำ ซึ่งเท่ากับชาวบ้านจะมีโอกาสในการพึ่งพาตัวเอง ซึ่งต่างจากกระชายขาวที่ต้องสารสำคัญออกมาเท่านั้น</p>
<p class="text-content1-1">อย่างไรก็ดี สำหรับผู้ที่จะกินยาฟ้าทะลายโจรที่วางขายในท้องตลาดทั่วไปเพื่อรักษาโรคโควิด-19 ซึ่งเป็นโรคหวัดชนิดหนึ่งนั้น นายปานเทพ ให้คำแนะนำ ว่า เนื่องจากปริมาณสารแอนโดรกราโฟไลด์ในฟ้าทะลายโจรที่ใช้การรักษาโรคหวัดทั่วไปจะต้องใช้ประมาณ 60 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งในการผลิตยาฟ้าทะลายโจรกำหนดค่ามาตรฐานว่าจะต้องมีสารแอนโดรกราโฟไลด์ไม่ต่ำกว่า 1% แปลว่าหากยาฟ้าทะลายโจรแบบแคปซูลขนาด 350-400 มิลลิกรัม ผู้ป่วยด้วยไข้หวัดทั่วไปก็ต้องกินวันละ 16 เม็ด คือกิน 4 มื้อ มื้อละ 4 เม็ด</p>
<p class="text-content1-1">ส่วนโรคโควิด-19 ซึ่งเป็นกลุ่มโรคไข้หวัดที่มีอาการรุนแรงกว่า จากการทดลองใช้กับผู้ป่วยทั้ง 304 คน พบว่า จะต้องใช้ปริมาณสารแอนโดรกราโฟไลด์ในฟ้าทะลายโจรเป็น 3 เท่าของการรักษาโรคหวัดทั่วไป หรือประมาณ 180 มิลลิกรัมต่อวัน คือ หากในยาฟ้าทะลายโจรมีสารแอนโดรกราโฟไลด์อยู่ 1% ตามมาตรฐานขั้นต่ำ ผู้ป่วยก็ต้องกินยาฟ้าทะลายโจรวันละ 48 เม็ด</p>
<p class="text-content1-1">แต่ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่าบริษัทต่างๆ ที่ผลิตยาฟ้าทะลายโจรในปัจจุบันจะนำทั้งกิ่ง ก้าน ใบของฟ้าทะลายโจรมาตากแห้ง ปั่นเป็นผง ซึ่งวิธีนี้จะสามารถผลิตยาฟ้าทะลายโจรที่มีปริมาณสารแอนโดรกราโฟไลด์ถึง 2.5% ซึ่งสูงกว่าค่ามาตรฐานมาก</p>
<p class="text-content1-1">ดังนั้น หากอยากรู้ว่าผู้ป่วยโควิด-19 ซึ่งกินยาฟ้าทะลายโจรที่วางขายในท้องตลาด แคปซูลขนาด 400 มิลลิกรัม จะต้องกินจำนวนเท่าไร ก็ให้คำนวณโดยเอา 2.5 x 4 = ยาฟ้าทะลายโจร 1 เม็ด จะได้สารแอนโดรกราโฟไลด์ 10 มิลลิกรัม หากต้องการได้สารแอนโดรกราโฟไลด์ 180 มิลลิกรัม ก็ต้องกินวันละ 18 เม็ด หรือวันละ 3 มื้อ มื้อละ 6 เม็ด จึงจะสามารถหายป่ายได้ หรือถ้าจะให้ได้ปริมาณที่แม่นยำก็พิจารณารายละเอียดข้างขวดก่อนว่ายาฟ้าทะลายโจรที่ซื้อมานั้นมีสารแอนโดรกราโฟไลด์กี่เปอร์เซ็นต์แล้วคำนวณตามสูตรดังกล่าว</p>
<p class="text-content1-1">
<p class="text-content1-1">ส่วนยาฟ้าทะลายโจรที่ผลิตโดยคลินิกแพทย์แผนไทยและโรงพยาบาลศิริราชนั้นจะใช้เฉพาะใบฟ้าทะลายโจร ซึ่งจากการตรวจพบว่าจะได้สารแอนโดรกราโฟไลด์ถึง 3.3% ดังนั้น แปลว่าผู้ป่วยโควิด-19 ซึ่งกินยาฟ้าทะลายโจรที่ผลิตโดยคลินิกแพทย์แผนไทยและโรงพยาบาลศิริราช แคปซูลขนาด 400 มิลลิกรัม</p>
<p class="text-content1-1">คำนวณโดยเอา 3.3 x 4 = ยาฟ้าทะลายโจร 1 เม็ดจะได้สารแอนโดรกราโฟไลด์ 13.2 มิลลิกรัม หากต้องการได้สารแอนโดรกราโฟไลด์ 180 มิลลิกรัม จะกินยาแค่วันละ 12 เม็ด หรือวันละ 4 มื้อ มื้อละ 3 เม็ดเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าถ้าใช้เฉพาะใบซึ่งให้สารแอนโดรกราโฟไลด์มากกว่า ราคาก็น่าสูงกว่า ดังนั้นประชาชนก็มีทางเลือกที่หลากหลาย</p>
<p class="text-content1-1">“ วิธีกินยาฟ้าทะลายโจรเพื่อรักษาโควิด-19 นั้น ให้เลือกยาที่มีมาตรฐาน อย. ซึ่งโดยเฉลี่ยแคปซูลขนาด 350-400 มิลลิกรัม จะกินวันละ 12 เม็ด คือกิน 4 มื้อ มื้อละ 4 เม็ดก่อน ถ้าวันที่ 2 อาการดีขึ้น ก็แปลว่าปริมาณสารแอนโดรกราโฟไลด์เพียงพอเหมาะสมกับอาการป่วยในขณะนั้น แต่ถ้าวันที่ 2 อาการยังไม่ดีขึ้น ก็กินยาเพิ่มมากขึ้นทีละน้อย” นายปานเทพ ระบุ</p>
<p>ข้อมูลอ้างอิง <a href="https://www.dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=30701">https://www.dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=30701</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://biomedhealthinnovation.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad/">สมุนไพรไทยทางเลือกหรือทางรอดสำหรับโควิด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://biomedhealthinnovation.com">Biomed Health Innovation</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://biomedhealthinnovation.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">301</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
